เครื่องปั่นหรรษาพารวย

ในปัจจุบันนี้โลกของเรานั้นเรียกได้ว่ากำลังก้าวมาสู่ยุคสังคมก้มหน้าอย่างเต็มตัวก็ว่าได้ เพราะทุกคนนั้นมีสมาร์ทโฟนอยู่ในมืออยู่แล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะไปที่ไหน กำลังทำอะไร เราก็จะเห็นคนในสังคมทุกคนก้มหน้าดูแต่โทรศัพท์ ไม่พูดคุยอะไรกันเลย ยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่าอยู่ในบ้านด้วยกันทุกคน แต่คนในครอบครัวแทบจะไม่ได้คุยอะไรกันเลย เอาแต่เล่นโทรศัพท์กัน แน่นอนว่าสังคมเปลี่ยนไปการคุยกันน้อยลง ใช้ตัวอักษรสื่อสารกันมากขึ้น ไม่พูดคุยกันตรงๆซะแล้ว ดังนั้นจึงอยากที่จะให้ทุกคนนั้นหันมาดูกันที่ครอบครัวบ้าง หันมาใส่ใจกันมากขึ้นบ้าง อย่าปล่อยให้วัตถุนิยมนั้นมาครอบงำตัวตนของเรา อย่าปล่อยให้วัตถุนิยมนั้นมาทำให้ครอบครัวของเรานั้นจะต้องห่างกันเลย แน่นอนว่าเหรียญนั้นยังไงก็ต้องมีสองด้านเสมอ สำหรับบางคนนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้โทรศัพท์

อย่างเช่นถ้าหากว่าเรานั้นต้องไปทำงานไกลๆ ต่างจังหวัดหรือจะไปเรียนหรือไปทำงานที่ต่างประเทศดังนั้น เราก็จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อที่จะติดต่อสื่อสารกับที่บ้านของเรานั่นเอง ปัจจุบันนี้มีโปรแกรมหรือแอพพิเคชั่นมากมายที่สามรถที่จะเป็นตัวช่วยให้กับเราในการติดต่อกับที่บ้าน แต่แอพที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดและใช้งานได้ง่ายที่สุดนั้นก็คงจะหนีไม่พ้นแอพ Line นั่นเอง ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่าย สามารถที่ที่จะพิมแชตสนทนากันผ่านตัวอักษรได้เลย หรือจะส่งรูปภาพและวีดีโอหากันได้ด้วย นอกจากนี้แล้วยังจะสามารถวีดีโอคอลหากัน โดยที่เห็นหน้าเห็นตากันข้ามประเทศได้เลย โดยที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น เพราะเราใช้สัญญาณไวไฟนั่นเอง และที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของแอพไลน์นั้นก็คงจะหนีไม่พ้นในส่วนของการที่จะสามารถจัดกลุ่มเพื่อนๆนั้นมาอยู่ในกลุ่มแชตของเราได้ โดยที่สามารถที่จะดึงเพื่อนเข้ามาได้สูงสุดถึง 50 คนกันเลยทีเดียว ยกตัวอย่างง่ายๆ หากว่าเป็นเพื่อนภายในห้องเรียน ก็สามารถที่จะดึงเพื่อนๆทั้ง 50 คนเข้ามาอยู่ในกลุ่มได้ สามารถที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ต่างๆ รวมทั้งเวลามีการบ้าน หรือมีงานอะไรก็ตามจะได้บอกข่าวสารต่อกันได้ทันที พร้อมทั้งยังสามารถที่จะใส่บันทึกลงไปในห้องได้ด้วยเช่นกัน เช่นมีการบันทึกเอกสารเกี่ยวกับหัวข้อการบ้านว่าต้องมีอะไรบ้างไว้ในกลุ่ม Line ห้องของเราได้ด้วยเช่นกันนั่นเอง

แน่นอนว่านอกจากโปรแกรมที่สามารถติดต่อสือสารกันได้ตลอด 24 ชม. แล้วนั้น บนสมาร์ทโฟนยังสามารถที่จะลงโปรแกรมสามารถดูวีดีโอจากช่องต่างๆได้อย่างสนุกสนานนั่นก็คือโปรแกรม Youtubeนั่นเอง ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่าถ้าเราอยากจะดูวีดีโออะไรก็ตามแต่ เรานั้นสามารถที่จะเปิดวีดีโอที่เราชอบได้ตลอดเวลี ไม่จำเป็นว่าเรานั้นจะต้องอยู่ที่บ้านน็อคดาวน์ เพราะบนสมาร์ทโฟนนั้นมีอินเตอร์เน็ตอยู่แล้วนั่นเอง ถ้าเป็นช่วงเมื่อสิบปีที่แล้วนั้นถ้าหากจะรับชมรายการโปรดสักรายการนั้น เราก็จะต้องรีบกลับมาบ้านเพื่อมาดูทีวีนั่นเอง แต่ถ้าเป็นสมัยนี้นั้นไม่จำเป็นจะต้องกลับมาดูที่บ้านแล้ว เราอยู่ข้างนอกก็เปิดดูผ่านระบบออนไลน์ได้เลย หรือถ้าไม่สะดวกจิงๆก็สามารถที่จะรับชมย้อนหลังได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากข้อดีของการมีสมาร์ทโฟนสามารถที่จะตอบสนองความบันเทิงส่วนตัวได้แล้วนั้น ยังจะสามารถที่จะหารายได้ให้ตัวเองได้อีกด้วย โดยการที่เรานั้นสามรถที่จะเปิดร้านขายของออนไลน์ผ่านโทรศัพท์ของเราได้เลยในทันทีด้วย เพราะโทรศัพท์เรานั้นก็สามารถที่จะถ่ายรูปได้ เมื่อถ่ายรูปเสร็จแล้วก็สามารถที่จะทำการทำการอัพรูปขึ้น Social Network เพื่อให้ลูกค้าของเรานั้นได้รับชม เมื่อลูกค้าต้องการสินค้าของเรา ก็จะแจ้งมาหลังจากนั้นเมื่อทำการโอนเงินกันเสร็จแล้วสิ่งที่จะต้องทำต่อไปนั้นก็คือการที่ ส่งสินค้าให้กับลูกค้านั่นเอง ซึ่งการส่งสินค้าด้วย EMS นั้นก็สามารถที่จะใช้โทรศัพท์ของเราในการเช็คสถานะ EMS ได้อีกด้วยว่าของที่เราส่งให้ลูกค้านั้นถึงไหนแล้ว ลูกค้าได้รับของหรือยังนั่นเอง

ดังนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราก็ควรที่จะหาประโยชน์จากสังคมก้มหน้าให้ได้บ้าง ด้วยการประกอบเป็นอาชีพของเราเพื่อหารายได้นั่นเอง แน่นอนสินค้าที่เราจะขายออนไลน์นั้นถ้าเป็นไปได้แนะนำให้จำหน่ายเครื่องปั่นเพราะว่าเครื่องปั่นนี้ราคาไม่สูงมากถ้าเทียบกับความสามารถที่จะนำไปประกอบเป็นอาชีพได้ไม่ว่าจะนำเครื่องปั่นไปทำการปั่นน้ำผลไม้ นำเครื่องปั่นไปปั่นพวกพริก กระเทียมต่างๆ เพื่อที่จะนำไปประกอบเป็นอาหารต่อไปนั่นเอง

แน่นอนว่าถ้าเรารับเครื่องปั่นมาเพื่อจัดจำหน่ายสินค้าออนไลน์นั้น เราจะต้องสร้าง Facebook Pageขึ้นมาก่อนเพื่อที่จะให้ลูกค้านั้นได้เห็นสินค้าของเรา ไม่เพียงเท่านี้เมื่อเรานั้นได้เครื่องปั่นลงบน Page แล้วสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแจ้งให้กับลูกค้าทราบนั่นก็คือว่ารายละเอียดเครื่องปั่นของเรานั้นเป็นอย่างไรบ้าง สเปคโดยทั่วไปเป็นอย่างไร และที่สำคัญนั้นราคาของเครื่องปั่นนั่นเท่าไหร่นั่นเอง เพราะข้อมูลพวกนี้เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ลูกค้านั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบด้วย แน่นอนว่าสิ่งที่เราจำต้องทำหลังจากนำข้อมูลเครื่องปั่นรวมทั้งรูปภาพของเครื่องปั่นลงบนอินเตอร์เน็ตแล้ว เราอาจจะต้องพึ่งพาอาศัยเครื่องมือของ Facebook ในการที่เรานั้นจะต้องทำการ BoostPost Promotion เพื่อให้กระจายข้อมูลไปยังกลุ่มลูกค้าที่เล่น Facebook ได้ด้วยเช่นกัน และนอกจากนี้แล้วยังจะสามารถกำหนดเป้าหมายได้อีกหลายอย่างเลยทีเดียวเชียว ไม่ว่าจะเป็นการเลือกกลุ่มอายุว่าอยากให้กลุ่มอายุเท่าไหร่เห็นโพสของเรา เลือกกลุ่มพื้นที่ต่างๆว่าอยากจะให้ใครเห็นกลุ่มของเราบ้าง แน่นอนว่าเครื่องมือเหล่านีเของ Facebook นั้นจะช่วยทำให้ลูกค้านั้นรู้จักร้านออนไลน์ของเราได้เป็นอย่างดี ดังนั้นโอกาสทางการขายสินค้าของเราก็มาแล้ว แต่นอกเหนือกว่าการโปรโมตผ่าน Facebook แล้วนั้นเราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการคิดโปรโมชั่นต่างๆเพิ่มเข้าไปด้วยอย่างเช่น ซื้อสินค้าภายใน 2 สัปดาห์แรกที่เปิดร้าน รับส่วนลดพิเศษไปเลย 10% หรือจะเป็นการชักชวนเพื่อมาซื้อสินค้าที่ร้าน รับพิเศษไปเลย 500 บาทเป็นต้น ซึ่งเรานั้นสามารถที่จะคิดโปรโมชั่นได้อีกมากมายเลย ขึ้นอยู่กับว่าเรานั้นจะอยากได้โปรโมชั่นที่เป็นแบบไหน มาในแนวไหนนั่นเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่เราจะต้องจำให้ขึ้นใจเลยก็คือว่ากว่าลูกค้าจะมาซื้อของร้านของเราจนเป็นลูกค้าประจำกันแล้วนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เพราะฉะนั้นเราต้องอดทน ในช่วงแรกๆนั้นสินค้าอาจจะขายได้ยากหน่อย แต่เราจะต้องไม่ย่อท้อตั้งมั่นตั้งใจเพื่อที่จะทำให้สินค้าของเรานั้นขายได้ และเหนือสิ่งอื่นใดนั้นเราจะต้องมีความซื่อสัตย์เป็นอย่างมาก โดยที่จะต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า ไม่เอาเปรียบลูกค้าจนเกินไป ไม่คิดกำไรจนน่าเกลียด หรือจะไม่ลดต้นทุนด้วยการสั่งของที่ไม่ดีมาขายให้กับลูกค้าซึ่งแน่นอนว่าถ้าเราทำแบบนี้แล้ว เราก็จะขายของให้กับลูกค้าได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น โอกาสที่ลูกค้านั้นจะกลับมาหาเราอีกก็คงจะยากเลยทีเดียวเชียว เพราะในเมื่อเราไม่ซื่อสัตย์กับลูกค้าก่อน ลูกค้าของเรานั้นก็จะไปซื้อที่ร้านและยิ่งไปกว่านั้นก็คือว่า ลูกค้านั้นมีสิทธิ์ที่จะไปบอกต่อๆให้คนอื่นได้รับทราบว่าร้านของเราเป็นอย่างไร แน่นอนว่าถ้ามีการบอกต่อปากต่อปากแล้วล่ะก็ คราวนี้แหละร้านของเราจะดูแย่ในคนหมู่มาก ซึ่งปัญหาที่จะตามมาหาเราได้นั่นก็คือว่าทุกคนจะมองว่าเรานั้นไม่ดี ไม่ซื่อสัตย์กับลูกค้าดังนั้นอย่ามาซื้อสินค้ากับร้านเรา เท่ากับว่าธุรกิจเรานั้นรอวันเจ๊งได้เลย เพราะไม่มีใครมาอุดหนุนเราแน่นอน และยิ่งไปกว่านั้นเลยก็คือว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราลงทุนไปทั้งหลายแหล่นั้น เท่ากับว่าเรานั้นรอคอยวันเวลาที่จะเจ๊งนั่นเอง